นาย วิน อุดมรัชต์วนิชย์ ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) แอสเซท พลัส จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ในประเทศน่าจะมีแนวโน้มปรับขึ้นตลอดใน ช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จากการปรับตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งน่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ประมาณสิ้นไตรมาส 4 ของปีนี้ หรือต้นไตรมาส 1 ปี 2553 โดย ระดับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับราคาของสินค้าโภคภันฑ์ เช่น ราคาน้ำมัน และราคาเหล็ก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3-5%ในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งเป็นระดับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วงเศรษฐกิจเติบโตของไทย

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงสั้น จากการประมาณการค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อที่คาดหวังระหว่างปี 2552-2553 คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5-2.5% ต่อปี ในขณะที่ ปัจจุบันเงินเฟ้อยังติดลบ และมีแนวโน้มว่าจะติดลบจนถึงประมาณต้นไตรมาส 4 ดังนั้น การลงทุนในช่วงระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สามารถชนะอัตราเงินเฟ้อ และชดเชยความเสี่ยงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หากการลงทุนสามารถได้รับผลตอบแทนในระดับที่สูงกว่า 3% น่าจะเป็นการลงทุนที่เหมาะสม

นายวินกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเทศเกาหลีใต้ยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุน จากระดับเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ที่อยู่ในระดับสูงที่ 245 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับอัตราส่วนหนี้สินต่างประเทศต่อระดับเงินทุนสํารองมีการปรับลดลง ตลอดช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา อีกทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 อยู่ที่ระดับ 2.60% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงไตรมาส 1 เป็นผลจากการใช้จ่ายภาครัฐบาล การลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งโดยรวมแสดงให้เห็นว่าประเทศเกาหลีใต้ มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและมีความสามารถในการชําระหนี้อยู่ในระดับที่ดี

ทั้งนี้ บริษัทกำลังเปิดเสนอขาย IPO กองทุนเปิดเอฟไอเอฟตราสารหนี้ 2Y (FIF-FIXED2Y) เป็นกองทุนต่างประเทศ โดยลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ (Korea Monetary Stabilization Bond (MSB)) และ/หรือ Export-Import Bank of Korea (KEXIM) และ/หรือ Korea Development Bank (KDB) รอบการลงทุนประมาณ 2 ปี โดยคาดว่ากองทุนจะสามารถให้ผลตอบแทนหลังจากทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง เต็มจำนวนและหักค่าใช้จ่ายกองทุนแล้ว อยู่ที่ประมาณ 3.40% ต่อปี โดยกองทุนจะจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนทุกๆ 6 เดือน เพื่อสร้างกระแสเงินสดคืนให้กับลูกค้าระหว่างทาง และจะเสนอขายหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 9-11 กันยายนนี้

ด้านบลจ. ธนชาต รายงานว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรเกาหลี ใต้เพิ่มขึ้นอีก 3 กองทุน ประกอบด้วย 1.กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 19 (T-FixFIF 19) อายุโครงการประมาณ 1 ปี 11 เดือน 2. กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 22 (T-FixFIF 22) อายุโครงการประมาณ 10 – 12 เดือน และ 3. กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้ต่างประเทศ 24 (T-FixFIF 24) อายุโครงการประมาณ 6 เดือน โดยทั้ง 3 กองทุนมีมูลค่าโครงการละ 1,400 ล้านบาท เริ่มไอพีโอแล้ววันนี้ – 14 กันยายน 2552

ขณะที่ บลจ. ไทยพาณิชย์ ก็อยู่ระหว่างเปิดขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ฟอร์เรน โนท 9M12 (SCBFRN9M12) มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท อายุโครงการประมาณ 9 เดือน กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ฟอร์เรน โนท 1Y29 (SCBFRN1Y29) มูลค่าโครงการ 2,000 ล